ปี 2561 นับเป็นปีที่ท้าทายมากสำหรับ CPT เนื่องจากผลกระทบหลักจากภาพของอุตสาหกรรมโดยรวมที่ไม่ค่อยดีนัก โดยเฉพาะงานโครงการต่างๆ ที่มีการสรุปการสั่งซื้อในปีนี้ได้เลื่อนออกไป เนื่องจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง จึงทำให้มูลค่างานที่ยกยอด (Backlog) ไปในปี 2562 ลดลง

นอกจากนี้งานโครงการต่างๆ ที่ได้มาแล้วก็มีความล่าช้ากว่าแผนที่คาดไว้ เนื่องมาจากหน้างานยังไม่เรียบร้อย จึงมีผลทำให้บริษัทต้องทยอยส่งมอบงานที่คงค้างบางส่วน ทำให้ภาพรวมของบริษัทมีรายได้ต่ำกว่าเป้าหมาย และบริษัทมีความจำเป็นที่จะต้องตั้งสำรองค่าใช้จ่ายบางประเภทเพิ่มขึ้น จึงส่งผลทำให้ผลประกอบการลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน

โดยที่ผ่านมา บริษัทได้ดำเนินธุรกิจหลัก 4 ประเภท เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างเต็มที่ ได้แก่ 1.ธุรกิจจำหน่ายตู้ไฟฟ้า (Panel) 2.ธุรกิจขายสินค้าสำเร็จรูปประเภทหน่วย (Units) 3.ธุรกิจสร้างสถานีจ่ายไฟฟ้าย่อย (Substation 115KV) และ 4.ธุรกิจให้บริการและซ่อมแซม (Service and Repair) โดยธุรกิจประเภทจำหน่ายตู้ไฟฟ้ารวมถึงระบบควบคุมเครื่องจักรนั้นยังได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทุกอุตสาหรรมอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด และเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาให้วงการอุตสาหกรรมในประเทศไทยได้เติบโต

อย่างไรก็ดีทิศทางธุรกิจของบริษัทในปี 2562 น่าจะปีของการเติบโตรอบใหม่ของ CPT จากปัจจัยหนุนในหลายด้าน ทั้งการลงทุนภายในประเทศของภาคเอกชนที่กลับมา รวมถึงการเข้าร่วมประมูลงานในส่วนของภาครัฐบาลอีกหลายแห่ง ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ผลการดำเนินงานของบริษัทจะขยายตัวได้ดียิ่งขึ้น

ขณะที่รายได้จากการลงทุนต่างประเทศจะมีการเติบโตที่ชัดเจน โดยเฉพาะในประเทศอินโดนีเซีย ที่มีการก่อสร้างและปรับปรุงโรงงานน้ำตาล ซึ่งช่วยเสริมสร้างฐานรายได้เพิ่มมากขึ้นให้กับ CPT รวมถึงในปี 2562 นี้ บริษัทจะร่วมมือกับพันธมิตรใหม่ๆ เพื่อสร้างความเติบโตของธุรกิจ

สุดท้ายในนามผู้บริหาร CPT ขอสร้างความมั่นใจให้กับผู้ถือหุ้น ด้วยความตั้งใจที่จะสร้างการเติบโตและขยายธุรกิจของ CPT ให้แข็งแกร่งและยั่งยืนต่อไป


นายสมศักดิ์ หลิมประเสริฐ
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร