‘บมจ.ซีพีที ไดร์ แอนด์ เพาเวอร์’ หรือ CPT ย้ำชัดผลการดำเนินงานได้ผ่านจุดท้าทายที่สุดไปแล้วในปี 2562 ประกาศความมั่นใจปีนี้ผลงานกลับมาเทิร์นอะราวด์ด้วยรายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 30% พร้อมตุน Backlog กว่า 600 ล้านบาท และมีงานที่รอความชัดเจนการสั่งซื้ออีกไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลพวงจากแนวนโยบายในการขยายฐานลูกค้า เพื่อการเติบโตในระยะยาว

นายชัยยศ ปิยะวรรณรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพีที ไดร์ แอนด์ เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPT ผู้ให้บริการระบบไฟฟ้าและระบบอัตโนมัติสำหรับควบคุมการทำงานของเครื่องจักรแบบครบวงจร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถเชิงการแข่งขันแก่ภาคอุตสาหกรรม ครอบคลุมถึงการจำหน่ายอุปกรณ์และระบบควบคุมไฟฟ้าที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงให้บริการติดตั้งและก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อย เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในปี 2562 บริษัทฯ มีรายได้รวม 584.40 ล้านบาท และมีผลขาดทุนสุทธิ 9.85 ล้านบาท จากปัจจัยลูกค้าชะลอการลงทุน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มองว่าผลการดำเนินงานได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในปี 2562 หลังจากปรับกลยุทธ์เพิ่มยอดขายสินค้า ขยายฐานลูกค้าและรายได้จากงานบริการพร้อมเน้นบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงการบริหารความเสี่ยง เพื่อผลักดันผลการดำเนินงานปี 2563 ให้กลับมาเทิร์นอะราวด์ และสร้างผลกำไรอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ CPT วางเป้าหมายปีนี้รายได้จะเติบโตมากกว่า 30% จากแผนงานขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตในระยะยาว โดยเร่งเพิ่มคำสั่งซื้อจากฐานลูกค้าเดิมและขยายฐานลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตให้หลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมหนัก อีกทั้งรุกสร้างรายได้จากธุรกิจให้บริการและซ่อมบำรุงหลังการขาย พร้อมแสวงหาโอกาสใหม่ๆ ในการขยายกิจการผ่านรูปแบบการเข้าซื้อกิจการ (M&A) หรือการร่วมลงทุน (Joint Venture) กับพันธมิตรทางธุรกิจ โดยคาดว่าจะสามารถสรุปได้ 1-2 ราย ภายในปีนี้

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้เพิ่มขีดความสามารถในการผลิตตู้ไฟฟ้าที่มีมาตรฐานระดับโลกในโรงงานใหม่แห่งที่ 2 ภายใต้ License ของ Siemens ซึ่งได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว มีลูกค้าและพันธมิตรทางการค้าหลายรายให้เกียรติเข้าเยี่ยมชมโรงงาน ซึ่งลูกค้ามีความมั่นใจในศักยภาพของโรงงานในการผลิต ทำให้ป็นจุดเริ่มต้นที่ดีและมีโอกาสเข้ารับงานได้มากขึ้น จากปัจจุบัน มีมูลค่างานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) รวมมูลค่ากว่า 600 ล้านบาท และมีงานที่รอความชัดเจนในการสั่งซื้ออีกกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ส่วนใหญ่ในปีนี้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะส่งผลให้ผลประกอบการในปี 63 กลับมาเทิร์นอะราวด์